เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ไลง์ รักษาการประธานาธิบดีและประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงและสันติภาพแห่งรัฐ ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมเพื่อทบทวนแผนพัฒนาประเทศระหว่างปี 2564 – 2569 ณ สำนักงาน National Defence and Security Council กรุงเนปยีดอ สรุปสาระสำคัญของคำกล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจ ดังนี้
- เมียนมาอยู่ระหว่างเปลี่ยนผ่านทางการเมืองและเศรษฐกิจก่อนที่จะมีการส่งมอบอำนาจให้กับรัฐบาลชุดใหม่ในเดือนเมษายน 2569 โดยเมียนมาจะต้องพึ่งพาตนเองควบคู่กับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างรากฐานสำหรับการเติบโตในระยะยาวมากกว่าการเร่งขยายตัวในระยะสั้น
- ภาคเกษตรกรรมและปศุสัตว์ยังคงเป็นหัวใจของระบบเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลจะให้ความสำคัญกับการเพิ่มผลผลิตและพัฒนาทักษะแรงงานในภาคเกษตรกรรมและปศุสัตว์ตั้งแต่ระดับโรงเรียนไปจนถึงสถาบันฝึกอบรม โดยแนวทางดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการสร้างความมั่นคงทางอาหาร แต่ยังต่อยอดไปสู่การพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตร (agro-industry) เพื่อผลิตสินค้ามูลค่าเพิ่มเพื่อการส่งออก ซึ่งถือเป็นแนวทางสำคัญในการแก้ปัญหาการขาดดุลการค้าและทำให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศเติบโต เนื่องจากรัฐบาล 2 ชุดที่ผ่านมาได้ทำให้เมียนมาขาดดุลการค้ากว่า 25 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSMEs) จะมีส่วนสำคัญในการเพิ่มกำลังการผลิต ลดการพึ่งพาการนำเข้า และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมโดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมเกษตร นอกจากนี้ รัฐบาลจะพยายามแก้ไขข้อจำกัดด้านพลังงานที่เป็นอุปสรรคต่อภาคธุรกิจ ด้วยการสนับสนุนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งช่วยให้ MSMEs สามารถดำเนินกิจการได้อย่างต่อเนื่องมากขึ้น
- ภายหลังจากที่รัฐบาลเข้ารับตำแหน่ง เมียนมาได้เริ่มปรับตัวเชิงโครงสร้างโดยได้ผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และวางแผนพัฒนาระบบรถไฟไฟฟ้า นอกจากนี้ ท่ามกลางวิกฤตพลังงานระดับโลก รัฐบาลได้ออกนโยบายเพื่อลดการใช้พลังงานให้สอดรับกับข้อจำกัดด้านทรัพยากรและความผันผวนของตลาดพลังงาน
- ในส่วนของระบบขนส่ง รัฐบาลได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า และเชื่อมโยงเศรษฐกิจภายในประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยได้พัฒนาและขยายระบบรางรถไฟ ซึ่งได้มีการปรับปรุงเส้นทางรถไฟเส้นทางกรุงย่างกุ้ง–เมืองมัณฑะเลย์ให้สามารถรองรับความเร็วได้ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การพัฒนาในส่วนนี้มีเป้าหมาย นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ปรับปรุงสนามบินในหลายเมือง เช่น Pathein, Lashio, Kengtung, Tachilek, Monghsat, NyaungU, Dawei และ Myeik เพื่อรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุนระหว่างประเทศ
ที่มา- นสพ. Global New Light of Myanmar
https://www.gnlm.com.mm/new-government-to-assume-state-authority-in-april/